วันพฤหัสบดีที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2553

พูดคุยเจาะลึกกับผู้เชี่ยวชาญ TOT 3G ตอนที่2

พูดคุยเจาะลึกกับผู้เชี่ยวชาญ TOT 3G ตอนที่2




www.buzzidea.tv

โคลนนิ่งแอนดรอยด์สาวแสดงสีหน้าได้!!!

โคลนนิ่งแอนดรอยด์สาวแสดงสีหน้าได้

[เอ.อาร์.ไอ.พี, www.arip.co.th] เช้าวันจันทร์อย่างนี้มาติดตามข่าวสารเทคโนโลยีล้ำๆ กันบ้างนะครับ Hiroshi Ishiguro นักสร้างหุ่นยนต์ทีเคยทำหุ่นยนต์เหมือนตัวเองมาแล้ว ล่าสุดเขากลับมาอีกครั้งด้วยการพัฒนาแอนดรอยด์รุ่นใหม่ชื่อว่า Gemanoid F (F ย่อมาจาก Female) ที่ไม่เพียงแต่จะมีรายละเอียดของหน้าตาที่คล้ายมนุษย์มากเท่านั้น แต่ยังแสดงสีหน้าตลอดจนการขยับปากได้ใกล้เคียงมนุษย์อีกด้วย


คลิปวิดีโอข้างล่างจะเป็นการ สาธิตการแสดงสีหน้าอารมณ์ของ Gemanoid F ที่เหมือนจริงมากๆ เรียกได้ว่า มันใกล้เคียงมนุษย์มากๆ แล้วจนบางทีคุณอาจแยกไม่ออกก็ได้ สำหรับ Gmanoid F ได้ถูกนำออกแถลงข่าวทีโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น โดยการสีหน้าอารมณ์ของหุ่นยนต์ถูกสร้างขึ้นจากผู้หญิงที่เป็นต้นแบบตัวจริง และใช้ซอฟต์แวร์รู้จำใบหน้าในการแสดงอารมณ์ดังกล่าวอีกครั้งในภายหลัง ใครที่ได้ชมภาพยนต์เรื่อง Surrogates คงเริ่มรู้สึกว่า สิ่งที่เห็นในภาพยนต์อาจจะไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันในอนาคตอันใกล้ก็ได้

ข้อมูล จาก: ieee

ทดสอบลองเล่นๆ กับกล้องจุลทรรศน์ USB ราคาพันกว่าบาท

ทดสอบลองเล่นๆ กับกล้องจุลทรรศน์ USB ราคาพันกว่าบาท

02 เมษายน 2553
จำนวน ผู้อ่าน 9505 คน






สมัย เด็กๆ ผมชอบอุปกรณ์พวกกล้องจุลทรรศร์มาก เพราะมันทำให้เราได้เห็นสิ่งแปลกๆใหม่ที่เราอาจจะไม่เคยเห็นมาก่อน แต่กล้องแต่ละตัวราคาก็แพงสุดกู่ คงจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยที่จะหามาไว้ในครอบครอง สมัยเด็กๆถ้าอยากเล่นก็คงต้องไปดูในห้องวิทยาศาสตณืในโรงเรียนเท่านั้น จนต่อมาเมื่อหลายปีก่อนเคยเห็นของ Intel ทำออกมาขายเป็นกล้องสำหรับเด็กเล่นต่อกับเครื่อง PC ได้ เห็นขายกันอยู่เมื่อสัก 5-6 ปีก่อน ตามร้านคอมพิวเตอร์แต่ก็มีกำลังขยายไม่มากเพราะเอาไว้ให้เด็กเล่นมากกว่า และเมื่อสักปีกว่าๆที่ผ่านมา ผมมีโอกาสไปเดินตามงานคอมพิวเตอร์เห็นมีกล้อง จุลทรรศน์แบบนี้ใช้ต่อกับ PC ผ่านทางช่อง USB นำมาขายในงาน ส่วนราคาก็เอาเรื่องอยู่เหมือนกัน แต่กำลังขยายก็ถือว่าใช้ได้เลยหละครับ

สาเหตุ ที่ซื้อกล้องรุ่นนี้มาลองก็เพราะด้วยเหตุผลเดียวคือ อยากลองเล่นดู! แต่ก็มีหลายๆครั้งในการทำงานที่ต้องอาศัยความละเอียดในการทำงานซึ่งก็อาศัย แว่นขยายที่กำลังขยายก็ไม่เท่าไรในการมอง เช่นเวลาดูลายแผงวงจรต่างๆ เวลาจะเชื่อมแต่ละจุดบางทีก็ต้องเพ่งแล้วเพ่งอีก อายุก็ชักจะมากขึ้นสายตาก็มองยากขึ้น กล้อง USB microscope ตัวนี้ จริงๆผมเห็นในบ้านเราก็มีขายอยู่หลายที่ ราคาก็แตกต่างกันไป ด้วยความงกส่วนตัว เลยอาศัย Google ค้นหาดู ในที่สุดก็เจอแบบราคาไม่แพง ก็เลยลองสั่งมาจากเมืองจีน ด้วยราคาประมาณ พันกว่าบาท ก็เป็นรุ่นแบบธรรมดา Basic ครับ เพราะมีกำลังขยาย 200x เท่านั้น หากรุ่นดีๆอาจจะขยายได้ถึง 400x เลยทีเดียว รุ่นที่ผมสั่งซื้อมานั้นเป็นแบบ Manual Focus ต้องใช้มือปรับเอาเอง

แต่รุ่นที่ว่านี้ดีอย่างหนึ่งตรงที่ Software ที่ให้มาสามารถรองรับระบบปฎิบัติการ Windows ได้ครบแทบทุกเวอร์ชั่น รวมทั้ง Windows 7 ตัวใหม่ด้วย ซึ่งความสามารถ Software ที่ให้มา แทบไม่ค่อยมีอะไรมาก แต่สามารถตั้งความละเอียดภาพ และถ่ายภาพนิ่งได้ กล้องตัวนี้จริงๆแล้วมีความละเอียดกล้องที่ 1.3 ล้านเท่านั้น การแสดงภาพถือว่าชัดเจนดี แต่ว่าคุณภาพสีนั้น มันจะเพี๊ยนๆหน่อย หากเอาไว้แค่ดูความละเอียดของเนื้อวัตถุก็ถือว่าโอเคหละ ใช้ได้เลย




หน้า ตากล่องจะมาแบบในภาพด้านบน ผมใช้เวลาสั่งประมาณ 7 วัน ของก็มาส่งถึงบ้าน ไม่โดนภาษีใดๆ จ่ายเงินผ่านบัตรเครดิต ทาง Paypal ซึ่งก็ค่อนข้างปลอดภัยในระดับหนึ่ง พอกล้องมาส่งปุ๊บก็ไม่รอช้าที่จะขอแกะมาลองทดสอบดูเสียหน่อย กล่องก็เป็นกระดาษตามสไตล์เมืองจีน





ราย ละเอียด Spec หลังกล่องตามในภาพด้านบนเลยครับ




หลัง จากนั้นก็ทำการติดตั้ง Software ลงใน PC ให้เรียบร้อย จอที่ผมใช้เป็นจอขนาดใหญ่พอสมควร เลยทำให้เวลาดูภาพแล้วก็ชัดเจนมากขึ้น



ตัว กล้องเป็นพลาสติกทั้งตัว เนื้อพลาสติกก็ดูแบบถูกๆ คุณภาพแบบเมืองจีนครับ ก็พันกว่าบาท งานสไตล์จีนๆก็ถือว่าคุ้มราคาแล้ว ตัวกล้องจะมีฝาปิดกันเลนส์มาให้ด้วย มีหลอดไฟ LED ส่องสว่างให้ด้วย สามารถปรับความสว่างได้สองระดับ



ตรง กลางจะเป้นตัวเลนส์กล้องที่เราสามารถเลื่อนปรับเข้าออกเพื่อตั้งระยะโฟกัส ได้



ด้าน ข้างปุ่มแดงๆคือปุ่มสำหรับ capture ภาพ ส่วนปุ่มสีเงินๆด้านหลังคือปุ่มปรับความสว่างของ LED




การ ใช้งานไม่ยากไม่ต้องไปตั้งค่าอะไรเลย เสียบเข้า PC แล้สเรียกโปรแกรมขึ้นมาได้เลย








สี ดำๆในภาพคือที่ปรับเลื่อน Manual Focus ที่เราต้องปรับด้วยตนเอง บนหน้าจอ PC ตอนนี้เป็นหน้าจอการแสดงผลของโปรแกรมที่ให้มาครับ



ลอง ทดสอบกับ ธนบัตรก่อนเลยดีกว่า ในชุดตัวกล้องจะมีขายึดวางบนพื้นให้มาด้วย สามารถส่องแนบชิดกับวัตถุได้เลย



เป็น ไงครับ ชัดเจนไหมครับ เห็นลายเส้นทุกอณู บนธนบัตรเลยหละครับ



สำหรับ ใครที่เป็นเซียนส่องพระ ลองเอามาเป็นเครื่องมือประกอบด้วยก็ดีเหมือนกัน



เผอิญ ผมไม่ใช่เซียนพระด้วยสิ เลยดูไม่เป็นแต่เท่าที่นำมาลองส่งอกับเนื้อวัตถุ โอโห ชัดเจนเห็นมวลสาร ขนาดนั้นเลยเน๊อะๆๆ




ลอง ดูจากในภาพนะครับ ด้านหลังขององค์พระที่นำมาลองส่องดู จริงๆแล้วพระขนาดไม่ใหญ่เท่าไรแต่ในภาพดูใหญ่กว่าความเป็นจริง




พอ นำภาพขึ้นบนจอคอมพ์แล้ว เห็นเนื้อวัตถุชัดเจนเลย



ลอง ส่องเนื้อส่องขนผมบ้าง อิอิ ลองดูสภาพผิวตัวเองหน่อยดีกว่า



จ๊ากก กๆ เห็นขนบนแขนเส้นเบ้อเริ่มเลย เนื้อผิวหมู่นี้รู้สึกว่าจะแห้งกร้าน ไปเสียหน่อย เดี๋ยวต้องไปหโลชั่นมาทาดีกว่า แห้งๆแบบนี้ชักอายคนดู

เอา หละครับสำหรับการทดสอบเล่นๆในครั้งนี้ ก็เอาแบบสนุกๆอย่าซีเรียสครับแต่หากบ้านไหนมีน้องๆเล็กๆก็น่าซื้อไว้ให้หนูๆ น้องๆได้ลองศึกษาเป็นนักวิทยาศาสตร์ตัวน้อยๆก็ดีเหมือนกัน กล้องตัวนี้หากดูจากราคาที่ผมสั่งมาเอง ในราคาพันกว่าบาทก็ถือว่าคุ้มค่าหละครับเพราะมันสามารถใช้งานได้มี ประสิทธิภาพคุ้มราคาเลยทีเดียว และสามารถนำมาดัดแปลงใช้เป็นประโยชน์กับงานส่วนตัวผมได้อีกต่างหาก เพราะจริงๆแล้วมันไม่ใช่ของเล่นนะครับมันสามารถใช้งานเป็นเรื่องเป็นราวได้ เลยหละครับ ราคาในบ้านเราอาจจะแพงกว่าที่ผมสั่งมาเองพอสมควร แต่หากมองในแง่ความสะดวกก็ลองพิจารณากันดูนะครับ

http://www.mrpalm.com/list3.php?cont_id=2414

วันจันทร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2553

Me to You Story: เรื่องราวของเจ้าหมีสีเทาจมูกฟ้า

Me to You Story: เรื่องราวของเจ้าหมีสีเทาจมูกฟ้า


กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
ยังมีบ้านหลังน้อยที่เล็ก
และเก่าแก่เกินกว่าที่ใครจะนึก ออกอยู่หลังหนึ่ง
บ้านหลังนี้กำลังถูกรื้อทิ้ง...

ข้าวของต่างๆที่เคยเป็นบ้านอันแสนน่า รักและอบอุ่นถูก เอามากองสุมรวมกัน
ตั้งแต่เตียงหนานุ่มที่เจ้าของบ้าน เคยนอนเล่น
ไปจนถึงไม้กระดานที่เคยเป็นพื้นบ้าน มาก่อน...
แม้กระทั่ง...
ไม่ว่าจะเป็นด้วยความเลินเล่อของใคร ก็ตาม...
เจ้าตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลตัวน้อย
ก็ถูกทิ้งให้เดียวดายและจมอยู่ใน กองข้าวของเช่นกัน.. .


วันนั้น...
วันที่แสนเหน็บหนาว...
บางสิ่งบางอย่าง...
เกล็ดหิมะสีขาว ก็โปรยปรายลงมาบนจมูกของเจ้าหมี...
เกล็ดแล้ว...เกร็ดเล่า...
หิมะตกลงมาอย่างไม่หยุดหย่อนและดูจะ หนักขึ้นเรื่อยๆ
เจ้าหมีน้อยหนาวแทบขาดใจ...
เจ้าหมีหนาวจนจมูกของมันเปลี่ยนเป็น สีฟ้า
ขนที่เคยเป็นสีน้ำตาลงดงามก็กลับกลาย เป็นสีเทา...


“ตอนนี้ชั้นไม่มีรูปร่างที่น่าดู อีกต่อไป คงไม่มีใครอีกแล้วในโลกนี้ที่จะมารักชั้น”
เจ้าหมีน้อยรำพึงออกมาท่ามกลาง ความเหงาและความเศร้า. ..



แต่แล้ว...
เมื่อฤดูใบไม้ผลิอันแสนงดงามมาถึง
แสงแดดอันแสนอบอุ่นก็ขับไล่ฤดูหนาว อันแสนทารุณให้ผ่า นพ้นไป...
เด็กหญิงคนหนึ่งออกมาวิ่งเล่นนอกบ้าน
เธอได้ผ่านเข้ามายังบริเวณที่เคยเป็น บ้านเล็กหลังนั้ น...
แล้วเธอก็สังเกตเห็น
เจ้าหมี น้อยที่นอนสิ้นหวังอยู่ท่ามกลางซากสิ่งของที่ ไม่มีคนต้องการอีกต่อไป
เจ้าหมีพิกลพิการที่ไม่เหมือน ตุ๊กตาหมีตัวไหนในโลก.. .

เด็กหญิงเอื้อมมือของเธอออกไป...
เธอดึงมันออกมา...
ออกมาจากซากแห่งอดีตนั้น...
เธอบรรจงปัดฝุ่นออกจากตัวมัน...
เธอชูมันขึ้นบนท้องฟ้า...


“ตุ๊กตาหมีสีเทา ที่มีจมูกสีฟ้า? พิลึกจริง!”


เจ้าหมีรู้สึกราวกับว่าโลกทั้งโลก กำลังแหลกสลาย...
ความรู้สึกของการได้รับแล้วสูญ เสียช่างโหดร้าย...
มันคิดว่าเธอคงไม่ชอบมัน และคงจะโยนมันกลับลงไปในซากสิ่งของอีกครั้ง...


“แต่มันก็น่ารักดีนะ!”
เด็กหญิงอุทานออกมาในที่สุด
เธอกอดมันเอาไว้
เธอออกวิ่งเพื่อกลับไปที่บ้าน
วิ่งเร็วเท่าที่ขาเล็กๆของเธอจะ สามารถ...




เด็กหญิงกลับไปหาคุณยายของเธอ
ขอร้องให้ท่านช่วยซ่อมแซมเจ้าหมีขึ้น มาอีกครั้ง
เธอรู้ว่ามันต้องการความรักและความ เอาใจใส่มากกว่าใค รๆในโลก...

เด็กหญิง เฝ้ามองคุณยายค่อยๆซ่อมแซมเจ้าหมีทีละน้อยๆ. ..
รอยปะที่มากมายแสดงให้เห็นถึงร่องรอยของขนนุ่มที่หลุ ดหายไปของมัน
แต่เธอกลับรู้สึกว่ามันข่างเป็นหมีที่น่ารักที่สุดใน โลก...

บรรยากาศในบ้านของเด็กหญิงอบอุ่น และเป็นสุข
อบอุ่นและเป็นสุขซะจน
หัวใจที่เย็นเฉียบของเจ้าหมี บังเกิดความอบอุ่นขึ้นมา อีกครั้ง...
อย่างไรก็ตาม จมูกของเจ้าหมียังคงเป็นสีฟ้า
และขนสีเทาของมันก็จะไม่สามารถกลับ เป็นสีน้ำตาลได้อี กต่อไป
มันกลายเป็นตุ๊กตาหมีที่ไม่เหมือน ตุ๊กตาหมีตัวไหนในโ ลก


เด็กหญิงตัวน้อยรับเจ้าหมีกลับมาจาก คุณยาย
เธอกอดมันเอาไว้แน่น
เธอรักมันมากกว่าทุกสิ่งในโลกนี้...
“เจ้าหมีเทาจมูกฟ้า…เจ้าหมีปุปะ ของฉัน…”



พวกเราหลายๆคนคง เคยอยากรู้ที่มาของเจ้าหมีปุปะตัวนี้
(ฝรั่งเรียก Tatty Teddy ซึ่งก็ตรงตัวพอดี)
วันนี้เลยเอาเรื่องของมันมาแปลให้ อ่านกัน
อาจใส่อารมณ์และสำนวนส่วนตัวลงไปเล็ก น้อยเพื่อให้อ่า นลื่นขึ้น...


ขอเพียงคุณมีความกล้าที่จะฉุดดึงใครซักคนขึ้นมาจากซา กปรักแห่งความหลัง
เพียงคุณกล้าติดตามใครคนนั้นแล้ว ทิ้งทุกอย่างเพื่อออ กก้าวเดินไป
ความฝันนั้นคงหอมหวานและไม่ไกล เกินความจริง




บทความโดย... เซียวเปียกลี้

คุณกำลังรัก-หรือ-หลงกันแน่?

คุณกำลังรัก-หรือ-หลงกันแน่?


ช่วง นี้เริ่มปลายฝนต้นหนาวแล้ว ความเหงาเริ่มเข้ามาเยือนหัวใจของสาวๆ หลายคน จนต้องเปิดหน้าต่างรับคำเชิญจากหนุ่มๆ รอบข้าง โดยหวังว่าต้องมีสักคน ที่จะเข้ามาจุดไฟอารมณ์ของคุณให้โชติช่วงขึ้นมาอีกคร ั้ง...


โอย เริ่มซึ้งแล้วสินะ แต่ก่อนจะซึ้งกันมากไปกว่านี้ ลองมาดูปัจจัย 3 ประการ ที่จะบอกได้ว่าความร้อนแรงของความสัมพันธ์ ในช่วงเริ่มต้นของการออกเดทนั้นระหว่างคุณกับเขาหรือ เธอคนนั้น เป็นพรหมลิขิตจากสวรรค์ หรือเป็นเพียงความกลัดมันชั่วข้ามคืนกันแน่!?
เกณฑ์ ที่เขาใช้กัน ในการวัดความสัมพันธ์ชายหญิง ว่าเพียงพอจะเรียกว่าความรักได้หรือไม่นั้น มี 3 หมวดหลักๆ คือ การสื่อสารกัน ความรู้สึก และ ความนับถือ ซึ่งหากคุณตอบคำถามในประเด็นเหล่านี้ว่า "ใช่" มากกว่าครึ่งหนึ่งแล้วล่ะก็ ถือว่าพอจะพัฒนาต่อไปได้

1. การสื่อสาร (Communication) – ลองทบทวนดูว่า ความกลมกลืนในการพูดคุยซึ่งกันและกัน ระหว่างคุณกับเขา ส่วนใหญ่แล้วเป็นไปในรูปแบบใด?

• คุณกับเขา มักจะคุยกันในเรื่องเป้าหมายในหน้าที่การงาน การลงทุน ความคาดหวังเกี่ยวกับชีวิตคู่ แผนการเกษียณอายุฯ
• คุณและเขา สามารถประนีประนอมกันได้ ในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่นสถานที่นัดพบ เวลาที่นัดกัน ฯลฯ
• คุณและเขา เปิดเผยอารมณ์ความรู้สึกกันได้อย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะด้านบวกหรือลบ
• คุณทั้งคู่ จำได้ว่า ต่างคนชอบหรือไม่ชอบอะไร เช่น สีที่ชอบ อาหารที่ชอบ ฯลฯ
• เวลาเกิดความขัดแย้งหรือมีปากเสียงกัน บางครั้งเขาจะเป็นฝ่ายเข้าหา และกล่าวคำขอโทษ


2. ความรู้สึก (Feelings) – คำถามเหล่านี้ จะวัดได้ว่าคุณควรจะยุติความสัมพันธ์กับเขาหรือเดินห น้าต่อไป
• คุณเข้าข้างกันและกัน เวลาเกิดปัญหากับบุคคลที่สาม
• คุณยังไม่เคยมีความลับต่อกัน
• คุณทั้งคู่ต่างก็ยืนยันว่า หากเลิกกันแล้ว จะยังคงเป็นเพื่อนกันต่อไปได้
• เวลาออกเดทกัน คุณต่างก็ไม่ค่อยมองคนอื่นๆ ที่เป็นเพศตรงข้าม
• คุณมักจะหัวเราะในมุขฝืดๆ ของกันและกัน
• คุณมักจะคอยอัพเดทความเคลื่อนไหวในสังคม ให้แก่กันและกัน

3. ความนับถือ กันและกัน (Respect) – คำถามเหล่านี้ จะวัดได้ว่าความสัมพันธ์ของคุณกับเขาจะราบรื่น หรือขรุขระ

• คุณมองเห็นจุดบกพร่องทางกายภาพของกันและกัน แต่ยอมรับได้ และไม่เรียกร้องให้เปลี่ยนแปลง เช่น หน้าอกคุณอาจจะเล็ก แต่เขาก็ไม่ได้ขอให้คุณไปเสริม หรือใบหน้าเขาอาจจะมีสิวเยอะไปหน่อย แต่คุณก็ไม่ได้พูดออกมา
• คุณทั้งคู่ไม่มีปัญหาในรสนิยมของอีกฝ่าย เช่น เขาอาจจะชอบพรรครัฐบาล ในขณะที่คุณชอบพรรคฝ่ายค้าน รวมถึงความแตกต่างด้านศาสนาด้วย
• คุณไม่เคยวิจารณ์กันและกัน ต่อหน้าเพื่อนฝูง
• คุณไม่เคยผิดนัดกันและกัน โดยที่ไม่แจ้งล่วงหน้าแต่เนิ่นๆ
• คุณทั้งคู่ไม่เคยออกปากชมแฟนคนอื่น หรือแม้แต่ดาราในโทรทัศน์ ถึงเรื่องปัจจัยภายนอก เช่น รูปร่าง หน้าตา ฐานะการเงินฯ




ทาง ต่างประเทศ เคยมีการทำแบบสำรวจ แล้วพบว่าโดยเฉลี่ยแล้ว ในช่วงชีวิตของคนๆ หนึ่งนั้น จะมีความสัมพันธ์แบบที่สามารถพูดได้เต็มปากว่าเป็น "ความรัก" ประมาณคนละ 4 ครั้ง... แล้วคุณล่ะ ความสัมพันธ์ครั้งล่าสุดนี้ เป็นสิ่งที่พอเรียกว่าความรักได้หรือยัง... ถ้าใช่ จะเป็นครั้งที่เท่าไร ก็ไม่สำคัญหรอก ขอให้โชคดี

__________________
OOps!

ความคิดของคุณเป็นพิษหรือเปล่า?

ความคิดของคุณเป็นพิษหรือเปล่า?


ความคิด เป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์เราพิเศษกว่าสัตว์โลกอื่นๆ แต่ความคิดในแง่ลบอาจพาคุณดำดิ่งไปสู่ยุคมืดก็เป็นได ้


การคิดทำให้เรามีอยู่ การใคร่ครวญถึงเรื่องของชีวิตและจิตวิญญาณสามารถนำไป สู่การพัฒนาตัวเองได้ อย่างไรก็ตาม หากการใคร่ครวญนั่นกลายเป็นความคิดหยุมหยิมในเรื่องเ ล็กๆ น้อยๆ ที่ชวนให้ปวดหัว มันก็ถึงเวลาที่จะปรามมันได้แล้ว

ดร.ซูซาน โนเลย-ฮุคเซม่า ผู้เขียนหนังสือเรื่อง Women Who Think too Much บอกว่าผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะทนทรมานจากความคิดในแง่ล บมากกว่าผู้ชาย
นี่อาจเป็นเพราะธรรมชาติที่ห่วงใยคนอื่น ของเรา ซึ่งทำให้เราเป็นกังวลและปล่อยให้ความคิดกัดกร่อนตัว เอง และทำให้ผู้หญิงจำนวนมากฝังรากลึกอยู่กับความกลัว และไม่สามารถที่จะก้าวต่อไปข้างหน้าได้

ความคิดที่เป็นพิษอาจ เริ่มต้นอย่างบริสุทธิ์ใจ เพียงแต่ลุกลามไปจนไม่อาจควบคุมได้และลากคุณให้ตกต่ำ ลง ตัวอย่างเช่น “ฉันเป็นแม่ที่ดีพอหรือเปล่า ทำไมฉันจึงรู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอ บางทีอาจเพราะฮอร์โมนก็ได้ พูดถึงฮอร์โมน บางทีนี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันน้ำหนักขึ้นมากในระ ยะหลังมานี่ สงสัยนี่แหละที่ทำให้หมู่นี้สามีฉันมีท่าทีเบื่อๆ แล้วท่าเขาทิ้งฉันล่ะ ฉันจะอยู่ได้ด้วยตัวเองหรือเปล่า ฉันจะเลี้ยงตัวเองรอดมั้ย...” แล้วมันก็ดำเนินต่อไปเช่นนี้เรื่อยๆ

หาก คุณกำลังจมอยู่กับรูปแบบความคิดในแง่ลบที่เป็นพิษต่อ ตัวเองเช่นนี้ ถึงเวลาแล้วที่จะเริ่มต้น “ล้างพิษ” ให้แก่ความคิดของคุณเสียที และนี่คือคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

  • ให้มันได้พักบ้าง ครั้งต่อไปที่ความคิดของคุณเริ่มลุกลามไปเรื่อยๆ ลุกขึ้นไปหาอย่างอื่นทำ เช่น ทำกับข้าวหรือไปหาเพื่อน ซูซานบอกว่างานวิจัยของเธอแสดงให้เห็นว่า เวลาเพียงแค่ 8 นาทีก็เพียงพอแล้วที่จะหยุดวงจรความคิดซ้ำๆ ซากๆ ลงได้ เธอยังพบด้วยว่าเมื่อรูปแบบนั้นหยุดลง และคนคิดหันไปทำอย่างอื่นที่มีความสุขกว่า มันจะทำให้อารมณ์ดีขึ้น และสามารถที่จะคิดอะไรได้ชัดเจนขึ้น จนสามารถที่จะหาทางแก้ปัญหาได้
  • ขับไล่มันออกไป วิธี ง่ายๆ แต่ได้ผลในการหยุดความคิดในแง่ลบที่หลั่งไหลกันเข้าม าก็คือ ตะโกน (ในใจ) ว่า “หยุดเดี๋ยวนี้”
  • ให้โอกาสมัน ถ้าคุณไม่สามารถที่จะเพิกเฉยต่อสถานการณ์ได้ และต้องการคิดในเรื่องนี้ ลองหาเวลาให้มัน โดยครั้งต่อไปที่คุณเริ่มกังวลเรื่องอะไรบางอย่างขึ้ นมา บอกตัวเองให้ปล่อยวางมันไปก่อน แล้วค่อยมาคิดเรื่องนี้ในเวลาที่คุณมีเวลา เช่น หลังอาหารเช้า คุณจะพบว่านี่ให้ช่องว่างที่คุณจะสามารถก้าวต่อไปกับ สิ่งที่กำลังทำอยู่ และส่วนที่ดีก็คือ บ่อยครั้งเมื่อเวลานั้นมาถึงจริงๆ คุณจะพบว่าคุณจะผ่อนคลายกว่า และปัญหาก็ดูจะไม่เร่งด่วนอีกต่อไป
  • พูดมันออกมา การ พูดถึงความคิดที่เป็นพิษกับเพื่อนก็ถือเป็นการตรวจสอ บความคิดที่ดี แต่จงระวังเพื่อนที่ปรารถนาดีซึ่งมักจะคล้อยตามไปกับ คุณทุกอย่าง เนื่องจากมันอาจทำให้คุณยิ่งเชื่อมากขึ้นไปอีกว่าคุณ ถูกแล้วที่คิดในแง่ลบ เช่นนั้น
  • เขียนมันออกมา การเขียนถึงความคิดที่ดำมืดที่สุดของคุณออกมาบนกระดา ษอาจช่วยคุณให้เห็นสิ่ง ต่างๆ ได้ชัดเจนขึ้น และแยกแยะปัญหาได้ อย่างไรก็ตาม จำไว้ว่าคุณไม่ควรเขียนความคิดในแง่ลบออกมา แล้วอ่านมันเพื่อตอกย้ำความคิดเหล่านั้นโดยไม่คิดจะแ ก้ไขมัน คุณต้องมองมันเป็นแบบฝึกหัดในการแก้ปัญหา ไม่ใช่การกระทำเพื่อยืนยันความคิดของคุณ

Lisa

วันพฤหัสบดีที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2553

จะทำอย่างไรให้วงการเพลงบ้านเรา "อารยะ"

จะทำอย่างไรให้วงการเพลงบ้านเรา อารยะ



ความเป็นสากลที่เป็นที่ยอมร
ับ กับ การเลียนแบบเอาแนวทางมาจากเกาหลี(ค่านิยม) มันต่างกันมากนะครับ! แม้ท่านผู้บริหารค่าย Mono(หรือไม่ว่าค่ายใด) จะยึดเป็นกระแสตลาดก็ตาม แต่จะทำอย่างไรที่จะสามารถเอาความเป็นสากลแบบไทย ไปใส่ในความคิดของนานาชาติ ให้เค้ารู้ว่านี่สิคือคนไทย นี่สิคือเบอร์1...และเป็นที่หนึ่งในโลก นี่สิที่บอกว่า "คนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก" ฝากทางท่านผู้บริหารค่ายต้องกลับไปทำการบ้านให้เยอะมากกว่านี้นะครับ(ผมกล่าวด้วยความปรารถนาดีนะครับ) ผมเข้าใจว่า แน่นอนว่าเมื่อ G20 หรือศิลปินของค่ายท่านเปิดตัวออกมา ท่านก็คงอยากจะทราบกระแสตอบรับว่าจะออกมาอย่างไร แน่นอนว่ามีทั้ง +และ- อยู่แล้ว และชัดเจนว่ากลุ่มวัยรุ่นในบ้านเราที่ต้องยึดตามกระแสซึ่งเค้าก็คงตามกระแสกันอยู่แล้ว ท่านก็คงได้ Target ในกลุ่มนี้ตอบรับกับอัลบั้มมากกว่า Target กลุ่มอื่นอยู่แล้ว(โดยไม่ต้องคิด อะไรใหม่ หรือลงทุนทำโฆษณาจะมากหรือน้อย ก็เป็นอีกเรื่องนึง) ผมเข้าใจในการทำงานของคนทำเพลงครับว่าต้องทำงานหนักและให้งานออกมาดี ผมชื่นชมในความตั้งใจของทุกท่าน สิ่งที่ผมจะฝากไว้ก็คือ ท่านไม่ควรคิดแค่จะเลียนแบบเกาหลี เพื่อไปขายเกาหลี(แม้เป็นอะไรที่ท้าทายท่าน) แต่มากไปกว่านั้นความเป็นสากล ที่มีความเป็นไทย ท่านต้อง Creative ให้ได้ว่าจะออกมาอย่างไร? จะShow อย่างไร? ให้ไม่อายใคร และไม่ให้อายนานาชาติ อย่าลืมนะครับ สิ่งที่ท่าน Presents ออกมา ผมยกตัวอย่าง เช่น ไม่ว่าจะเป็นการแสดงออกของ
ักร้องผ่านทาง MV การวางตัวของศิลปินไม่ว่าจะไปออกสื่อ หรืองาน Event ต่างๆ หรือแม้แต่ความเป็นตัวตนของเค้าจริงๆ ที่จะเป็นแบบอย่างให้กับ เยาวชนในด้าน+ เป็นต้น ท่านต้องสื่อใน มิติเหล่านี้ออกมา ไม่ใช่สื่อเพียงให้ไปตามกระแส สังคม แต่ต้องสื่อด้วยความเป็น "สยามอารยะ" จริงๆ เพื่อคนในองค์กร(ประยุกต์ใช้ได้กับทุกคนนะครับ)จะเกิดความ ภาคภูมิใจในสิ่งที่เค้าทำ ด้วยความเป็นอารยะแบบไทย และคนรุ่นนี้และรุ่นถัดไปจะเลียนแบบอย่าง และถ่ายทอดออกไปอย่างสวยงาม สืบไป ผมยังยืนยันตรงนี้ว่า แม้ท่านเป็นค่ายน้องใหม่ ผมยังคงเอาใจเชียร์ท่านอยู่นะครับ เชื่อว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ในแนวความคิด สิ่งไหนดีในช่วงเวลาที่ท่านทำผ่านมาผมขอชื่นชม แต่สิ่งไหนเป็นสิ่งที่บกพร่องอยู่ท่านต้องกล้าที่จะพูดคุยและถกกันในที่ประชุม เพื่อให้งานที่จะถูกถ่ายทอดออกไป ออกมาดีที่สุด ผมขอฝากไว้เพียงเท่านี้ครับ

ด้วยความนับถือ Fr.Yacht
Adisorn Momotaro

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง